Cold Plasma / UC01

กรณีใช้งาน UC01 · วิศวกรรมพื้นผิว

หมึกติดดีขึ้น เคลือบสม่ำเสมอ กาวยึดอยู่: เริ่มแก้ที่ผิวได้ไหม

เมื่อหมึกแผ่ไม่ทั่ว ชั้นเคลือบไม่ต่อเนื่อง หรือกาวยึดไม่มั่นใจ อาจไม่ต้องเปลี่ยนวัสดุทั้งระบบ แต่เริ่มจากตรวจและปรับผิวสัมผัสด้วยพลาสมาเย็น งานวิจัยของทีมแสดงว่าผิวเปลี่ยนได้มาก หน้านี้อธิบายว่าจะวัดอะไร ข้อจำกัดอยู่ตรงไหน และออกแบบการทดลองกับวัสดุจริงของคุณอย่างไร

งานวิจัยโดย รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์ และทีม Plasma Innovations ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

มือสวมถุงมือกดเทปใสลงบนฟิล์มบรรจุภัณฑ์ที่พิมพ์แล้ว เพื่อทดสอบการยึดติดของหมึก ข้างกันมีหยดน้ำเกาะบนส่วนฟิล์มที่ไม่ได้พิมพ์
ทดสอบการยึดติดของหมึกด้วยเทปบนฟิล์มบรรจุภัณฑ์ · ภาพประกอบสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพจากงานวิจัย
~125° → ~35°มุมสัมผัสน้ำบนผิวด้านบนของเมล็ดทานตะวัน ก่อนและหลังพลาสมา DBD (ด้านล่าง ~40°) วัดบนเมล็ด ไม่ใช่บนฟิล์มหรือวัสดุอุตสาหกรรม
~110° → ~15°มุมสัมผัสน้ำบนเมล็ดข้าว หลังพลาสมาโคโรนา (DCP) 5 นาที วัดบนเมล็ด ไม่ใช่บนฟิล์มหรือวัสดุอุตสาหกรรม
~20 → ~5 นาทีเวลาที่หยดน้ำซึมเข้าเมล็ดข้าว (WI) ก่อนและหลัง DCP ผลค่อย ๆ ลดลงระหว่างเก็บ จึงต้องทดสอบในวันที่ใช้งานจริง

ตัวเลขในบทความเป็นผลในห้องปฏิบัติการตามเงื่อนไขของงานวิจัยที่อ้างถึง ผลกับล็อตหรือระบบเพาะจริงต้องทดลองซ้ำ

หมึกไม่แผ่ กาวยึดไม่อยู่: ผิวพร้อมสำหรับงานหรือยัง

ฟิล์มอาจแข็งแรงตามที่ต้องการ แต่หมึกกลับแผ่ไม่ทั่ว ชิ้นส่วนอาจผ่านข้อกำหนดด้านวัสดุแล้ว แต่กาวยังยึดได้ไม่ดี ในสถานการณ์แบบนี้ ลองถามก่อนว่า ผิวของวัสดุพร้อมสำหรับขั้นตอนถัดไปหรือยัง คำตอบจะช่วยเลือกได้ว่าควรทดลองปรับผิว ตรวจสูตรของเหลว หรือแก้เงื่อนไขกระบวนการก่อน

ก่อนที่หมึก กาว สารเคลือบ หรือน้ำจะทำหน้าที่ได้ ของเหลวต้องสัมผัสและแผ่บนผิวในแบบที่เหมาะกับงานนั้น ถ้าของเหลวเกาะเป็นหยด แผ่ไม่ทั่ว หรือสัมผัสผิวไม่สม่ำเสมอ ขั้นตอนถัดไปก็รับปัญหาไปด้วย เมื่อปัญหาเกิดซ้ำ ผลที่ตามมาคืองานแก้ซ้ำ (ตรวจเพิ่ม ล้างใหม่ บ่มใหม่ หรือผลิตซ้ำ) การลองผิดลองถูกด้วยการเปลี่ยนสูตรหรือวัสดุ เวลาของทีมวิศวกรรม และการตัดสินใจลงทุนที่ยากขึ้น

  • บรรจุภัณฑ์อ่อนและฉลาก: ผู้แปรรูปฟิล์ม โรงพิมพ์ซองและฉลาก ที่หมึกติดไม่สม่ำเสมอ
  • งานเคลือบ: ผู้พัฒนาสารเคลือบป้องกันหรือสารเคลือบเชิงหน้าที่บนแผ่นพอลิเมอร์
  • งานประกอบพลาสติก: ผู้ประกอบชิ้นส่วนด้วยกาว ที่แรงยึดแปรปรวน
  • สิ่งทอ: ผู้ตกแต่งผ้าด้วยสารละลาย ที่สารตกแต่งกระจายไม่ทั่ว
  • ผงพอลิเมอร์: ผู้ผสมผงในระบบน้ำ ที่ผงลอยหรือจับเป็นก้อน

พลาสมาเย็น (cold plasma) เป็นวิธีหนึ่งในการปรับสมบัติบริเวณผิว เป้าหมายคือให้ผิวตอบสนองต่อของเหลวต่างไปจากเดิม ขณะที่เนื้อวัสดุหลักยังทำหน้าที่เดิม ทีม Plasma Innovations ของ รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศึกษาผิวเมล็ดพันธุ์ด้วยแนวทางนี้มาตั้งแต่ปี 2016 และพบในหลายระบบว่าผิวเมล็ดที่ผ่านพลาสมาเปียกน้ำได้ง่ายขึ้น หลักฐานจากเมล็ดไม่ได้แปลว่าฟิล์ม กาว หรือสารเคลือบทุกชนิดจะตอบสนองแบบเดียวกัน แต่ยืนยันว่าพฤติกรรมที่ผิวเปลี่ยนได้ ขั้นต่อไปคือทดสอบว่าการเปลี่ยนนั้นช่วยงานจริงหรือไม่

ข้อควรระวังหลักคิดของหน้านี้: อย่าวัดแค่ว่าผิวเปลี่ยนหรือไม่ ให้วัดว่างานดีขึ้นหรือไม่ งานพิมพ์: หมึกแผ่และยึดติดสม่ำเสมอขึ้นไหม งานเคลือบ: ชั้นเคลือบต่อเนื่องขึ้นไหม งานยึดติด: รอยต่อแข็งแรงขึ้นไหม

แยกสาเหตุก่อนเปลี่ยนวัสดุหรือสูตร

หมึกติดเป็นหย่อม กาวบางชิ้นหลุด หรือเมล็ดบางล็อตรับน้ำช้า สิ่งที่เห็นคืออาการ ยังไม่ใช่สาเหตุ ให้แยกตัวแปรสำคัญออกจากกันก่อน ได้แก่ สูตรของเหลว ความสะอาด การบ่ม แรงกด การเก็บ และสภาพผิว แล้วใช้การทดลองสั้น ๆ ชี้ว่าตัวไหนมีผลมากที่สุด วิธีนี้ทำให้การทดลองรอบแรกเล็กและตรงจุด

ฟิล์มบรรจุภัณฑ์ใสที่พิมพ์สีเขียว หมึกเป็นหย่อมและมีรูเข็ม ข้างกันเป็นแถบสารเคลือบใสที่หดตัวเป็นเกาะแทนที่จะเป็นชั้นต่อเนื่อง
อาการที่พบบ่อย: หมึกเป็นหย่อมและสารเคลือบหดตัวเป็นเกาะบนฟิล์ม · ภาพประกอบสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพจากงานวิจัยหรือผลงานลูกค้า
  • งานพิมพ์และเคลือบ: ถ้าหมึกหรือสารเคลือบหดตัว เป็นหย่อม หรือเหลือบริเวณที่ไม่ถูกเคลือบ ให้เทียบการแผ่ตัวก่อนและหลังปรับผิว แล้วตรวจผลหลังแห้งหรือบ่มด้วย
  • งานยึดติด: กาวแผ่ตัวดีขึ้นยังไม่เท่ากับรอยต่อแข็งแรงขึ้น ต้องใช้กาว ชิ้นส่วน และวิธีบ่มจริง แล้วดูทั้งแรงยึดและรูปแบบการเสียหาย (failure mode)
  • งานเมล็ด: งานเมล็ดทานตะวันของทีมพบว่าก่อนปรับผิวเมล็ดเปียกน้ำยาก และหลังผ่านพลาสมาภายใต้เงื่อนไขที่ศึกษาการเปียกดีขึ้นชัดเจน [1] แต่ต้องเชื่อมผลนี้กับเป้าหมายของกระบวนการจริงเสมอ
  • 1 · ดูอาการ: ตำหนิเป็นแบบไหน เกิดทุกชิ้นหรือบางล็อต และเกิดตรงไหน
  • 2 · แยกตัวแปร: วัสดุ ของเหลว วิธีทำความสะอาด การบ่ม เวลา หรือสภาพการเก็บ อะไรเปลี่ยนไปบ้าง
  • 3 · ทดลองให้ตอบคำถามเดียว: เทียบวัสดุที่ปรับผิวกับไม่ปรับภายใต้กระบวนการจริง แล้ววัดผลที่เกี่ยวกับงานนั้นโดยตรง

การทดลองรอบแรกควรตอบให้ได้ว่า ผิวมีส่วนกับปัญหามากพอจะคุ้มกับการพัฒนาต่อหรือไม่ วิธีเริ่มที่ง่ายที่สุดคือเลือกตำหนิหนึ่งเรื่องที่ทำให้ต้องแก้งานซ้ำ เก็บตัวอย่างที่ผ่านและไม่ผ่าน และบันทึกวัสดุ สูตร และขั้นตอนที่ใช้

เริ่มดูผิวด้วยหยดน้ำ แล้วยืนยันกับงานจริง

หยดน้ำเป็นการคัดกรองง่าย ๆ ว่าผิวมีผลต่อพฤติกรรมของของเหลวหรือไม่ ถ้าหยดเกาะเป็นก้อนบนผิวหนึ่งแต่แผ่ออกบนอีกผิวหนึ่ง ก็ได้เบาะแสสำหรับออกแบบการทดสอบขั้นต่อไป

มุมที่ขอบหยดทำกับผิวเรียกว่ามุมสัมผัส (contact angle, θ) สำหรับผิวเรียบ เป็นเนื้อเดียว และอยู่ในสมดุล มุมนี้สัมพันธ์กับพลังงานที่รอยต่อระหว่างของแข็ง ของเหลว และก๊าซ ตามหลักการที่ Thomas Young เสนอในปี 1805 [2] ผิวที่มีพลังงานพื้นผิวต่ำ เช่น พอลิโอเลฟิน (polyolefin) หรือผิวที่มีไข มักเปียกน้ำยาก แต่มุมสัมผัสขึ้นกับคู่ของแข็งกับของเหลวและลักษณะผิว ค่าพลังงานพื้นผิวค่าเดียวจึงทำนายพฤติกรรมของของเหลวทุกชนิดไม่ได้ แบบจำลอง Owens และ Wendt แยกพลังงานพื้นผิวเป็นองค์ประกอบจากแรงกระจาย (dispersive) และองค์ประกอบมีขั้ว (polar) โดยประมาณจากมุมสัมผัสของของเหลวอ้างอิงอย่างน้อยสองชนิด [3] จึงช่วยอธิบายว่าทำไมผิวเดียวกันตอบสนองต่อของเหลวต่างชนิดไม่เหมือนกัน

เมล็ดมีผิวโค้งและขรุขระ และน้ำอาจซึมเข้าเมล็ดระหว่างวัด ทีมจึงเรียกค่าที่วัดได้ว่ามุมสัมผัสปรากฏ (apparent contact angle, ACA) ซึ่งขึ้นกับทั้งผิวเมล็ดและวิธีวัด งานเมล็ดใช้การวัดสามแบบที่ตอบคำถามต่างกัน ส่วนงานอุตสาหกรรมต้องมีการทดสอบรับงานจริงเพิ่มอีกระดับ

การวัดคำถามที่ตอบ
มุมสัมผัสหยดขนาดที่กำหนดเกาะตัวหรือแผ่ออกบนผิวมากเพียงใด
เวลาซึมของหยด (water droplet imbibition time, WI)หยดนั้นใช้เวลานานเท่าใดจึงซึมหายเข้าไปในเมล็ด
การดูดน้ำโดยรวมตัวอย่างเมล็ดทั้งชุดรับน้ำเพิ่มเท่าใดเมื่อเวลาผ่านไป
การทดสอบรับงานจริงเช่น การปกคลุมและการยึดติดหลังแห้งหรือบ่ม หรือความแข็งแรงของรอยต่อ ด้วยของเหลวที่กระบวนการใช้จริง
ข้อควรระวังข้อจำกัดสำคัญ: มุมสัมผัสที่ต่ำลงบอกว่าการเปียกเปลี่ยนไป แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าหมึกจะติดดีขึ้นหรือกาวจะแข็งแรงขึ้นเสมอ งานฟิล์มพอลิโพรพิลีน (polypropylene) ที่ปรับผิวด้วย DBD แบบม้วนต่อม้วน (reel-to-reel) ของ Seidelmann และคณะ พบว่าหมึกฐานตัวทำละลาย (solvent-based) ที่ทดสอบยึดติดดี แต่หมึกบ่มด้วย UV ที่ใช้ในงานนั้นยึดติดไม่ได้ [4] จึงต้องทดสอบคู่ของวัสดุ สูตร และกระบวนการจริงเสมอ

พลาสมาเย็นเปลี่ยนอะไรที่ผิว และตรวจอย่างไร

เมื่อผิวน่าจะมีส่วนกับปัญหา ให้เลือกวิธีปรับที่ทำให้งานดีขึ้นโดยยังรักษาหน้าที่เดิมของวัสดุ คำถามที่ควรถามคือ ต้องการให้ผิวเปลี่ยนเพื่อให้อะไรทำงานดีขึ้น แล้วจึงเลือกเงื่อนไขพลาสมาและวิธีวัดรอบคำถามนั้น บนผิวพอลิเมอร์ (polymer) อาจเกิดกระบวนการสำคัญสี่แบบ [5]

  • ทำความสะอาดผิว: กำจัดสารอินทรีย์ปนเปื้อนหรือคราบบาง ๆ ที่ขวางการสัมผัสระหว่างของเหลวกับผิว
  • กัดผิว (etching หรือ ablation): เปลี่ยนลักษณะและความขรุขระของผิว ซึ่งอาจมีผลต่อมุมสัมผัสปรากฏและการยึดเกาะเชิงกล
  • เติมหมู่ฟังก์ชันที่มีขั้ว: หมู่ที่มีออกซิเจน เช่น ไฮดรอกซิล คาร์บอนิล หรือคาร์บอกซิล อาจเพิ่มองค์ประกอบมีขั้วของพลังงานพื้นผิว
  • เชื่อมขวางชั้นผิว (crosslinking): ในพอลิเมอร์บางชนิด สายโซ่อาจเชื่อมขวาง ทำให้โครงสร้างและการเคลื่อนไหวของโมเลกุลใกล้ผิวเปลี่ยนไป

ทีมตรวจสามเรื่องควบคู่กัน เคมีผิว: องค์ประกอบธาตุและสถานะเคมีด้วย XPS หมู่เคมีด้วย FTIR โดยเลือกวิธีให้เหมาะกับความลึกที่ต้องการตรวจ ลักษณะผิว: สัณฐานและความขรุขระด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด (scanning electron microscopy, SEM) และกล้องจุลทรรศน์แรงอะตอม (atomic force microscopy, AFM) การใช้งาน: มุมสัมผัส การซึม และการทดสอบใช้งานจริง

ภาพ SEM ขาวดำสองภาพของผิวเปลือกเมล็ดทานตะวัน ภาพซ้ายเป็นผิวที่ไม่ผ่านการปรับ มีอนุภาคและแผ่นเกาะกระจาย ภาพขวาเป็นผิวหลังผ่านพลาสมา เห็นแนวริ้วตามยาวชัดขึ้น
ภาพ SEM ผิวเมล็ดทานตะวัน (a) ไม่ผ่านการปรับ (b) ผ่านพลาสมา แถบมาตราส่วนเป็นของต้นฉบับ ภาพสนับสนุนการสังเกตสัณฐานผิว แต่ไม่ได้ระบุพันธะเคมีหรือวัดปริมาณไขที่ถูกกำจัด (รูปที่ 3a-b) ที่มา: Srisonphan et al. (2025), Results in Engineering

SEM บอกได้ว่ารูปร่างผิวเปลี่ยนหรือไม่ แต่โดยลำพังไม่บอกว่าเคมีผิวเปลี่ยนอย่างไร หรืองานจริงดีขึ้นเท่าไร จึงต้องอ่านร่วมกับการวัดเคมีผิว การเปียก และสมรรถนะที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลที่ตรวจเพิ่มควรตอบคำถามใหม่ที่ช่วยเลือกทางต่อ เช่น ผลอยู่ได้นานแค่ไหน

ข้อควรระวังพลาสมาเย็นไม่ได้แปลว่าวัสดุไม่ร้อน: วัสดุยังร้อนขึ้นได้ระหว่างสัมผัสพลาสมา จึงต้องวัดอุณหภูมิและตรวจคุณภาพ โดยเฉพาะเมื่อเพิ่มเวลาหรือปริมาณต่อรอบ อีกเรื่องที่ควรแยกให้ชัดคือ การปรับผิวเดิม (ผลการเปียกของเมล็ดในหน้านี้อยู่ในกลุ่มนี้) ต่างจากการสร้างชั้นเคลือบใหม่ด้วยพลาสมา ซึ่งเป็นโจทย์วิจัยอีกแบบที่ต้องพัฒนากระบวนการและหลักฐานแยกต่างหาก

หลักฐานจากเมล็ด: ผิวเปลี่ยนได้มาก แต่ตัวเลขย้ายไปใช้กับวัสดุอื่นไม่ได้

งานเมล็ดทานตะวันของทีมในวารสาร Results in Engineering (2025) แสดงให้เห็นว่าการตอบสนองของผิวเปลี่ยนได้มากภายใต้เงื่อนไขที่ศึกษา ก่อนปรับผิว มุมสัมผัสน้ำประมาณ 125° หลังปรับด้วยพลาสมาแบบมีฉนวนกั้น (dielectric barrier discharge, DBD) ลดเหลือประมาณ 35° ที่ด้านบน และ 40° ที่ด้านล่าง [1]

ภาพถ่ายหยดน้ำบนเมล็ดทานตะวันสามภาพ เมล็ดที่ไม่ผ่านการปรับมีหยดน้ำกลมมุมสัมผัสปรากฏราว 125° ผิวด้านบนหลังปรับหยดแผ่แบนราว 35° และผิวด้านล่างหลังปรับราว 40°
หยดน้ำบนเมล็ดทานตะวัน ซ้าย: ไม่ผ่านการปรับ กลาง: ผิวด้านบนหลังปรับ ขวา: ผิวด้านล่างหลังปรับ ใช้หยดน้ำปราศจากไอออนขนาด 2 µL เป็นภาพตัวแทน ไม่ใช่การกระจายของข้อมูลทั้งหมด (วิธีการระบุประมาณ 50 เมล็ดต่อกลุ่ม) (รูปที่ 2a-c) ที่มา: Srisonphan et al. (2025), Results in Engineering

บทเรียนที่นำไปใช้ได้ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ลดลง แต่คือตำแหน่งที่วัด ด้านบนและด้านล่างของเมล็ดได้รับพลาสมาไม่เท่ากัน ถ้าชิ้นงานจริงมีด้านที่ถูกบัง ร่อง หรือผิวโค้ง ต้องตรวจตำแหน่งที่กำหนดสมรรถนะจริง งานเดียวกันยังศึกษาน้ำที่ผ่านการกระตุ้นด้วยพลาสมา (plasma-activated water, PAW) และการเติบโตของพืช ผลการเปียกนี้จึงไม่ได้บอกว่าการปรับผิวอย่างเดียวทำให้เกิดผลการเติบโตทั้งหมด

เมื่ออ่านงานของทีม 7 ฉบับร่วมกัน ประโยชน์อยู่ที่การเห็นว่าผลขึ้นกับอะไร ได้แก่ ชนิดเมล็ด ก๊าซ วิธีสร้างพลาสมา เวลา ตำแหน่งที่ได้รับพลาสมา และระยะเวลาหลังปรับ [1] และ [6] ถึง [11]

งานวิจัยพลาสมา · เมล็ดผลที่รายงาน (ACA และ WI)
[6] 2016โคโรนาร่วมกับ DBD (HCP) ในอากาศ หรืออากาศผสมอาร์กอน · ข้าวACA ~100° → ~0° (อากาศผสมอาร์กอน, 1 นาที); ~76° (อากาศล้วน, 1 นาที) · WI ~30 → ~20 นาที (อากาศล้วน); เกือบทันที (อากาศผสมอาร์กอน)
[7] 2018โคโรนา (DCP) และโคโรนาผสมแบบพัลส์ (HCP) ขั้วแบบจุดต่อระนาบ · ข้าวACA ~110° → ~15° (DCP, 5 นาที); ~10–16° (HCP, 60 วินาที) · WI ~20 → ~5 นาที (DCP); ~11 → ~4 นาที (HCP, 15→30 วินาที)
[8] 2018DBD ที่ใช้การไอออไนซ์จากการชนโดยพาหะพลังงานสูง · ข้าวปรับการเปียกได้ด้วยพลังงานพาหะ และติดตามการคืนสภาพระหว่างเก็บ (ดูหัวข้อผลระหว่างเก็บ)
[9] 2020DBD · ข้าวและกะหล่ำปลีเทียบผิวด้านบนกับด้านที่ถูกบัง ร่วมกับแบบจำลองสนามไฟฟ้า
[10] 2021สตรีมเมอร์ที่เสริมด้วยการปล่อยอิเล็กตรอนด้วยสนาม (HSCP) · ข้าวACA ~120° → ~75° (อากาศล้วน, 1 นาที); → ~0° (อาร์กอนผสมอากาศ, 1 นาที) · WI ~13 นาที → 300–650 วินาที (อากาศล้วน); → 20–200 วินาที (อาร์กอนผสมอากาศ)
[11] 2022DBD · ข้าวแยกช่วงที่ ACA เริ่มคงที่ ออกจากการดูดน้ำโดยรวมที่เปลี่ยนตามเวลา
[1] 2025DBD ร่วมกับ PAW · ทานตะวันACA ~125° → ~35° (ด้านบน) / ~40° (ด้านล่าง)

ข้อค้นพบที่มีนัยต่อวิศวกรรมกระบวนการมากที่สุดคือช่วงที่ผลเข้าใกล้ค่าคงที่ (plateau) เวลาซึมของหยดลดลงเร็วในช่วงไม่กี่วินาทีแรก แล้วเข้าใกล้ค่าคงที่ หลังจากนั้นการเพิ่มเวลาสัมผัสพลาสมาให้ผลเพิ่มเพียงเล็กน้อย [7], [10] งาน [10] ยังอธิบายความสัมพันธ์นี้ด้วยแบบจำลอง จึงควรเริ่มจากคำถามว่าผลที่ต้องการคืออะไรและเมื่อไรจึงดีพอ ก่อนถามว่าต้องใช้กี่วินาที

ข้อควรระวังทุกค่าในตารางวัดบนเมล็ด (ข้าว กะหล่ำปลี ทานตะวัน) ภายใต้เงื่อนไขของแต่ละงาน ไม่ใช่ค่าที่วัดบนฟิล์ม ชิ้นส่วน หรือวัสดุอุตสาหกรรม และไม่ควรย้ายไปใช้เป็นผลของวัสดุอื่น ฟิล์ม กาว และสารเคลือบต้องทดสอบกับวัสดุและกระบวนการของตัวเอง

ด้านที่ถูกบังได้ผลไม่เท่าด้านที่เปิดรับ: ตรวจทุกตำแหน่งสำคัญ

ผลดีบนพื้นที่หนึ่งไม่ได้รับประกันว่าทั้งชิ้นจะได้ผลเท่ากัน รูปทรง การวางตัว ระยะห่าง และบริเวณที่ถูกบัง ล้วนกำหนดว่าพลาสมาเข้าถึงผิวสำคัญได้มากน้อยเพียงใด ความต่างระหว่างด้านที่เปิดรับกับด้านที่ถูกบังเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์เงา (shadow effect) ในงานปี 2020 (Plasma Chemistry and Plasma Processing) ทีมเปรียบเทียบด้านบนและด้านล่างของเมล็ดข้าวและกะหล่ำปลี โดยใช้ทั้งการวัดหยดน้ำและแบบจำลองสนามไฟฟ้าช่วยอธิบายผล [9] และงานปี 2021 ศึกษาบทบาทขององค์ประกอบก๊าซเพิ่มเติม [10]

ภาพหยดน้ำบนเมล็ดข้าว (ซ้าย) และเมล็ดกะหล่ำปลี (ขวา) เรียงสามแถว คือเมล็ดที่ไม่ผ่านการปรับซึ่งหยดน้ำเกาะเป็นทรงกลม ผิวด้านบนหลังปรับซึ่งหยดแผ่ราบ และผิวด้านล่างหลังปรับ
การเปียกของผิวด้านบนและด้านที่ถูกบัง ซ้ายคือเมล็ดข้าว ขวาคือเมล็ดกะหล่ำปลี แต่ละแถวเทียบผิวที่ไม่ผ่านการปรับ ผิวด้านบนหลังปรับ และผิวด้านล่างหลังปรับ ใช้หยดน้ำ 0.25 µL สำหรับข้าว และ 0.1 µL สำหรับกะหล่ำปลี ไม่ได้ใช้จัดอันดับระหว่างชนิดพืช (รูปที่ 2b-d และ f-h) ที่มา: Srisonphan et al. (2020), Plasma Chemistry and Plasma Processing

หลักเดียวกันใช้กับวัสดุอุตสาหกรรม แต่ต้องเริ่มจากวัสดุจริงของแต่ละงาน และตั้งคำถามเรื่องการเข้าถึงให้ตรงกับรูปทรง

ชิ้นงานตัวอย่างห้าแบบวางเรียงบนโต๊ะ QC ได้แก่ ฟิล์มพลาสติกใส ผ้าฝ้ายทอ ชิ้นพลาสติกขึ้นรูปที่มีร่องลึก ม้วนเส้นใยพอลิเมอร์ และผงพอลิเอทิลีนในจานแก้ว
วัสดุต่างรูปทรงต้องตรวจการเข้าถึงของพลาสมาทุกจุดสำคัญ · ภาพประกอบสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพจากงานวิจัยหรือผลงานลูกค้า
  • ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์: ด้านใดรับหมึกหรือสารเคลือบ และต้องสม่ำเสมอตลอดหน้ากว้างม้วนเพียงใด
  • สิ่งทอและเส้นใย: ต้องการให้ของเหลวเปียกเฉพาะหน้าผ้า หรือซึมถึงเส้นใยด้านใน
  • ชิ้นส่วนและงานประกอบ: พื้นที่ติดกาวอยู่บนหน้าเรียบ รอบขอบ หรือในร่องที่พลาสมาเข้าถึงยาก
  • ผงและอนุภาค: ทำอย่างไรให้อนุภาคทุกเม็ดได้สัมผัสพลาสมาอย่างพอเพียง
ข้อควรระวังอย่าวัดเฉพาะจุดที่เข้าถึงง่าย ให้กำหนดตำแหน่งวิกฤตก่อน เช่น ด้านที่จะพิมพ์ ผิวที่จะติดกาว ร่องที่ต้องเคลือบ หรือบริเวณที่ถูกบัง แล้วตรวจว่าทุกตำแหน่งอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้

เปียกง่ายขึ้นไม่พอ งานจริงต้องดีขึ้น

มุมสัมผัสที่ลดลงเป็นเพียงสัญญาณว่าผิวตอบสนองต่อของเหลวต่างไปจากเดิม คำถามที่มีค่ากว่าคือ งานของคุณดีขึ้นตรงไหน ต้องกำหนดผลปลายทางก่อน เช่น งานพิมพ์ผ่านเกณฑ์ รอยต่อรับแรงได้ ชั้นเคลือบสม่ำเสมอ หรือเมล็ดรับน้ำได้ทันเวลาที่ต้องการ แล้วใช้วัสดุ ของเหลว ช่วงรอ และเกณฑ์รับงานที่ใกล้การใช้งานจริง

มือสวมถุงมือขีดปากกาวัดค่าพลังงานผิวบนฟิล์มพลาสติก เส้นหมึกฝั่งหนึ่งหดเป็นหยด อีกฝั่งยังเป็นเส้นต่อเนื่อง ข้างกันมีชิ้นทดสอบเทปที่ลอกออกครึ่งหนึ่ง
ตรวจการเปียกด้วยปากกาวัดค่าพลังงานผิว แล้วยืนยันด้วยการทดสอบงานจริง เช่น ทดสอบเทป · ภาพประกอบสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพจากงานวิจัยหรือผลงานลูกค้า
งานสิ่งที่ควรทดสอบผลที่ต้องการ
งานพิมพ์และเคลือบการปกคลุมและการยึดติดหลังแห้งหรือบ่ม ด้วยหมึกหรือสารเคลือบที่ใช้จริงผ่านข้อกำหนดด้านรูปลักษณ์และความทนทาน หรือลดตำหนิของชั้นเคลือบ
งานยึดติดและประกอบความแข็งแรงและรูปแบบการเสียหายของรอยต่อ ภายใต้กาว การบ่ม และสภาวะใช้งานที่กำหนดรอยต่อผ่านเกณฑ์ความแข็งแรงและความทนทานอย่างสม่ำเสมอ โดยดูตำแหน่งและรูปแบบการเสียหายประกอบ
สิ่งทอและการตกแต่งการดูดซับของเหลว การกระจายของสารตกแต่ง และสมบัติผ้าที่ต้องคงไว้สารตกแต่งกระจายสม่ำเสมอขึ้น โดยคุณภาพผ้าไม่ลดลง
เมล็ดและการรับน้ำการรับน้ำตามเวลา ระดับความชื้นเป้าหมาย และคุณภาพเมล็ดได้ช่วงเวลาเตรียมที่เหมาะกับขั้นตอนถัดไป โดยคุณภาพเมล็ดอยู่ในเกณฑ์

งานเมล็ดข้าวของทีมใน Journal of Physics D: Applied Physics (2022) แยกการเปียกที่ผิวออกจากการดูดน้ำของทั้งเมล็ด แม้ผิวที่ปรับแล้วจะชอบน้ำยิ่งยวด (superhydrophilic) อัตราการดูดน้ำยังขึ้นกับระดับการปรับและช่วงเวลาที่สังเกต บางเงื่อนไขที่ปรับช่วงสั้นต่างจากเมล็ดไม่ปรับเฉพาะช่วงต้นของการแช่ [11] เมื่อมุมสัมผัสต่ำมากแล้ว ค่านี้อาจแยกความต่างสำคัญไม่ได้ จึงต้องติดตามผลตามเวลา

การเปียกมากที่สุดก็อาจไม่ใช่เป้าหมายที่ดีที่สุด Molina และคณะพบว่าเมล็ดแนสเทอร์เชียม (nasturtium) ที่ผ่านพลาสมารับน้ำได้มากขึ้น แต่การงอกไม่ได้ดีขึ้นในทุกเงื่อนไขการให้น้ำ ผู้วิจัยเสนอว่าน้ำที่สะสมในผนังผลอาจจำกัดการแพร่ของออกซิเจนไปสู่คัพภะ ข้อนี้เป็นคำอธิบายที่เสนอ ส่วนการที่ผลขึ้นกับเงื่อนไขการให้น้ำเป็นสิ่งที่สังเกตได้จากการทดลอง [12]

ผลค่อย ๆ ลดลงระหว่างเก็บ: ทดสอบในวันที่ใช้งานจริง

ผลที่ดีทันทีหลังปรับอาจมีค่าน้อย ถ้าวัสดุต้องรอเป็นชั่วโมงหรือหลายวันก่อนใช้ เวลาจึงต้องอยู่ในแผนทดลองตั้งแต่ต้น วัดสามจุด คือ ทันทีหลังปรับ หลังช่วงรอจริง (หลังการจัดการ บรรจุ และเก็บ) และ ณ จุดใช้งาน ด้วยการทดสอบที่ตัดสินว่าวัสดุยังใช้ได้หรือไม่

ในพอลิเมอร์ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการคืนสภาพไม่ชอบน้ำ (hydrophobic recovery) หมู่มีขั้วบางส่วนอาจหมุนตัวลงใต้ผิว ทำให้ผิวโต้ตอบกับน้ำต่างจากตอนเพิ่งปรับ อัตราขึ้นกับชนิดพอลิเมอร์ อุณหภูมิ และสภาพการเก็บ [13] Oberbossel และคณะติดตามผลระหว่างเก็บต่อการเปียกของผงพอลิเอทิลีน (polyethylene) ด้วย [14] บทความทบทวนเรื่อง PET อธิบายกลไกในพอลิเมอร์ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าผิวเมล็ดมีกลไกเดียวกันทุกข้อ

ผิวเมล็ดก็คืนสภาพเช่นกัน งานปี 2018 ใน ACS Applied Materials & Interfaces ติดตามเมล็ดข้าวที่ปรับแล้วด้วยทั้ง ACA และเวลาซึมของหยด ระหว่างเก็บ ทั้งสองค่าค่อย ๆ กลับไปทางที่เปียกยากขึ้น [8] ผลที่ลดลงไม่ได้แปลว่าใช้ไม่ได้ คำถามคือวัสดุยังทำงานได้ตามต้องการในวันที่ใช้หรือไม่

กราฟเส้นสองเส้นตามระยะเวลาเก็บเป็นวัน เส้นสีแดงคือเวลาซึมของหยดน้ำที่คืนสภาพ (แกนซ้าย หน่วยนาที) และเส้นสีน้ำเงินคือมุมสัมผัสปรากฏที่คืนสภาพ (แกนขวา หน่วยองศา) ทั้งสองเส้นเพิ่มขึ้นช่วงแรกแล้วค่อนข้างคงที่
การเปียกของเมล็ดข้าวเปลี่ยนตามระยะเวลาเก็บ เส้นแดง (แกนซ้าย): เวลาซึมของหยด (นาที) เส้นน้ำเงิน (แกนขวา): ACA (องศา) แกนนอน: ระยะเวลาเก็บ (วัน) แถบความคลาดเคลื่อนเป็นค่าคลาดเคลื่อนมาตรฐานจากประมาณ 20 เมล็ด ไม่ใช่ข้อกำหนดอายุการเก็บของผลิตภัณฑ์ (รูปที่ 5b) ที่มา: Srisonphan (2018), ACS Applied Materials & Interfaces
สถานการณ์คำถามสำหรับการทดลองทางเลือกที่ควรประเมิน
ปรับผิวฟิล์มก่อนพิมพ์หรือเคลือบชั้นพิมพ์หรือชั้นเคลือบยังผ่านข้อกำหนดหลังช่วงรอจริงหรือไม่ถ้าผลอยู่ไม่นาน ให้ปรับผิวใกล้ขั้นตอนถัดไป
เตรียมชิ้นส่วนก่อนติดกาวรอยต่อยังผ่านหลังการเก็บและการจัดการตามแผนหรือไม่กำหนดช่วงเวลาจากการเตรียมผิวถึงการติดกาว และวิธีจัดการชิ้นงาน
ปรับเมล็ดก่อนส่งมอบหรือแช่น้ำการเปียก การรับน้ำ และคุณภาพเมล็ดยังเหมาะสมเมื่อถึงเวลาใช้หรือไม่เลือกปรับเป็นล็อตล่วงหน้าหรือปรับใกล้เวลาใช้ ตามผลที่วัดได้

ถ้าผลอยู่ได้นานพอ อาจส่งวัสดุไปปรับผิวแล้วรับกลับมาใช้ ถ้าผลลดลงเร็ว อาจต้องปรับใกล้จุดใช้งาน ทั้งสองทางยังขึ้นกับกำลังผลิต ต้นทุน และการจัดการจริง

จุดเริ่มทดลองในอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีปรับผิวที่ใช้กันอยู่

เลือกงานที่ใกล้กับของคุณที่สุด แล้วตั้งโจทย์ด้วยวัสดุจริง ของเหลวจริง และเกณฑ์ผ่านที่ตกลงกันก่อนทดลอง ตารางนี้เป็นทิศทางการทดลอง ไม่ใช่ผลที่ยืนยันแล้ว หลักฐานของทีมมาจากเมล็ด ส่วนตัวอย่างฟิล์ม ผ้าฝ้าย และผงพอลิเอทิลีนมาจากงานวิจัยภายนอก [4], [14], [15]

งานสิ่งที่นำมาสิ่งที่ทดสอบและวัด
งานพิมพ์บนฟิล์ม (บรรจุภัณฑ์อ่อน ซอง ฉลาก)ฟิล์มบรรจุภัณฑ์และหมึกที่ใช้จริงหนึ่งคู่เทียบฟิล์มไม่ปรับ วิธีเตรียมเดิม และพลาสมา ดูการปกคลุมและการยึดติดของหมึกหลังแห้งหรือบ่ม รวมช่วงรอก่อนพิมพ์จริง วัดสัดส่วนชิ้นที่ผ่านเกณฑ์ที่ตกลงกัน
งานเคลือบบนแผ่นพอลิเมอร์แผ่นพอลิเมอร์หรือชิ้นส่วนจริง และสูตรสารเคลือบดูการแผ่ การปกคลุม การยึดติด และความทนทาน ทดสอบช่วงรอก่อนเคลือบหลายแบบโดยคงวิธีบ่ม ให้สมบัติของวัสดุฐานยังอยู่ในเกณฑ์
งานประกอบชิ้นส่วนพลาสติกด้วยกาวชิ้นส่วนจริงหรือชิ้นทดสอบรอยต่อ พร้อมกาวที่ใช้ผลิตเทียบวิธีเตรียมเดิมกับพลาสมา วัดแรงที่รับได้ ความแปรปรวนระหว่างชิ้น และตำแหน่งการเสียหาย หลังการบ่มและการทดสอบอายุที่กำหนด
งานตกแต่งสิ่งทอผ้าหรือสิ่งทอเทคนิค พร้อมสารตกแต่ง สีย้อม หรือสารเคลือบที่ใช้อยู่วัดการซึมและการกระจาย และตรวจสัมผัสผ้า ความแข็งแรง และความทนการซัก หน้าผ้าเปียกง่ายขึ้นไม่ได้แปลว่าของเหลวซึมเข้าด้านใน Kan และ Man พบว่าตัวแปรพลาสมาความดันบรรยากาศมีผลร่วมกันต่อการเปียกของผ้าฝ้าย [15]
งานผงพอลิเมอร์ผงหรืออนุภาค และของเหลวหรือเมทริกซ์ที่ต้องการให้เปียกหรือกระจายหาวิธีให้ผงสัมผัสพลาสมาก่อน แล้วคงปริมาณผงและวิธีผสม ดูความเร็วการเปียก การลอย การจับก้อน และการตกตะกอน ทดสอบซ้ำหลังเก็บ งานผงพอลิเอทิลีนในเครื่องปฏิกรณ์ฟลูอิไดซ์เบดติดตามทั้งการเปียกและการเปลี่ยนตามอายุ [14] และกลุ่มวิจัยที่ ETH Zurich ชี้ว่าการเคลื่อนที่ของอนุภาคเป็นหัวใจของการปรับผงให้สม่ำเสมอ [16]

ในอุตสาหกรรมมีเทคโนโลยีปรับผิวหลายรูปแบบ การเลือกขึ้นกับวัสดุ รูปทรง และวิธีจัดการชิ้นงาน ตารางนี้เปรียบเทียบรูปแบบการใช้งานที่พบบ่อยเชิงคุณภาพ ไม่ใช่การแบ่งประเภทที่แยกขาดกัน เพราะโคโรนาเองก็เป็นการคายประจุที่ความดันบรรยากาศรูปแบบหนึ่ง

เทคโนโลยีหลักการวัสดุและรูปแบบงานข้อควรพิจารณา
โคโรนา (corona) สำหรับวัสดุม้วนคายประจุในช่องว่างระหว่างขั้วไฟฟ้ากับวัสดุที่เคลื่อนผ่านลูกกลิ้งฟิล์มและแผ่นเรียบที่เคลื่อนต่อเนื่องต้องควบคุมช่องว่าง ความเร็ว และความสม่ำเสมอตลอดหน้ากว้าง [17]
เปลวไฟ (flame treatment)ใช้เปลวไฟที่ควบคุมสัดส่วนเชื้อเพลิงกับอากาศ ออกซิไดซ์ผิวอย่างรวดเร็วชิ้นส่วนพลาสติกขึ้นรูปและผิวสามมิติต้องควบคุมความร้อน ระยะห่าง และเวลาสัมผัสอย่างแม่นยำ [18]
พลาสมาความดันต่ำ (low-pressure plasma)ปรับผิวในห้องลดความดัน ออกแบบได้ทั้งแบบรายล็อตและแบบวัสดุม้วนชิ้นส่วนที่วางในห้องได้ หรือวัสดุม้วนที่ลำเลียงในระบบสุญญากาศต้องใช้ระบบสุญญากาศ และจัดวัสดุ ก๊าซ และขั้วไฟฟ้าให้ได้ความสม่ำเสมอที่ต้องการ [19]
พลาสมาความดันบรรยากาศอื่น เช่น พลาสมาเจ็ต (plasma jet) และ DBD สำหรับชิ้นส่วนคายประจุที่ความดันบรรยากาศ ไม่ต้องใช้ระบบสุญญากาศปรับต่อเนื่องหรือเฉพาะจุด ตามการออกแบบแหล่งพลาสมาตรวจการเข้าถึง ความสม่ำเสมอ และอุณหภูมิจริง โดยเฉพาะผิวโค้ง ร่อง และวัสดุไวต่อความร้อน [20]
ข้อควรระวังไม่จำเป็นต้องรู้ก่อนว่าจะใช้ DBD โคโรนา ก๊าซ หรือแรงดันไฟฟ้าแบบใด ให้หลักฐานจากตัวอย่างและเกณฑ์รับงานนำการตัดสินใจซื้อหรือสร้างอุปกรณ์ พิสูจน์ก่อนว่าการปรับผิวแก้ปัญหาได้ แล้วจึงใช้ผลกำหนดรูปแบบระบบ กำลังผลิต และจุดติดตั้ง

จากผลแรกที่ดี สู่กระบวนการที่ทำซ้ำได้

เริ่มจากวัสดุ ปัญหา และนิยามของคำว่าดีขึ้น ไม่ใช่สเปกพลาสมา ทีม Plasma Innovations ร่วมออกแบบการทดลองและเงื่อนไขพลาสมา ส่วนคู่ร่วมงานให้ความรู้ด้านวัสดุและกระบวนการ ก่อนเริ่มให้ตกลงแผนทดลองหนึ่งหน้าร่วมกัน

สิ่งที่ต้องตกลงคำถามที่ต้องตอบ
งานที่ต้องการให้ดีขึ้นขั้นตอนหมึก กาว สารเคลือบ หรือการรับของเหลวควรดีขึ้นอย่างไร และควรลดงานแก้ซ้ำหรือความไม่แน่นอนเรื่องใด
ตัวอย่างและตัวเทียบใช้วัสดุล็อตใดและสูตรใด เทียบกับวิธีเตรียมเดิมอย่างไร ต้องมีกลุ่มไม่ปรับผิวด้วยหรือไม่
ตัววัดที่ใช้ตัดสินวัดการเปลี่ยนของผิวและสมรรถนะจริงอย่างไร ค่าหรือช่วงใดถือว่าผ่าน
ช่วงรอและสมบัติที่ต้องรักษาวัสดุรอนานเท่าไรและในสภาพใดก่อนใช้ สี ความแข็งแรง หรือคุณภาพเมล็ดต้องอยู่ในเกณฑ์ใด
ความสม่ำเสมอและขั้นต่อไปต้องตรวจกี่ตำแหน่ง กี่ซ้ำ กี่ล็อต ผลแบบใดหมายถึงไปต่อ ปรับโจทย์ หรือหยุด
  • ไปต่อ: ผลที่เกี่ยวข้องคุ้มที่จะทดสอบในสภาพใกล้การใช้งานจริงมากขึ้น
  • ปรับโจทย์: ผลชี้ว่าควรเปลี่ยนวัสดุ วิธีวัด หรือคำถามของกระบวนการ
  • หยุด: หลักฐานยังไม่คุ้มกับการลงทุนต่อในแนวทางนี้ ซึ่งเป็นคำตอบที่มีค่าเช่นกัน

เมื่อตัวอย่างแรกได้ผลดี ขั้นต่อไปคือทำผลให้ซ้ำได้ข้ามล็อต ปริมาณที่มากขึ้น หน้ากว้างม้วนที่กว้างขึ้น ความเร็วสายการผลิตที่สูงขึ้น หรือการวางชิ้นงานที่ต่างไป วัสดุแยกชิ้นหรือเมล็ดต้องดูการเข้าถึง การวางตัว และความสม่ำเสมอระหว่างล็อต วัสดุม้วนอย่างฟิล์มหรือผ้าต้องดูผลตลอดหน้ากว้างที่ความเร็วสายจริง ส่วนชิ้นส่วนเดี่ยวต้องดูการปรับเฉพาะจุดและช่วงเวลาก่อนประกอบ จากนั้นจึงเลือกว่าจะใช้บริการทดสอบ การปรับผิวเป็นล็อต การพัฒนากระบวนการร่วม หรือการติดตั้งในสายการผลิต

ข้อควรระวังลำดับการศึกษาและรูปแบบความร่วมมือในส่วนนี้เป็นแนวทางที่เสนอ ความเหมาะสมของตัวอย่าง ทรัพยากร ขอบเขต และงานนำร่องหรืองานในพื้นที่ ยืนยันเป็นรายโครงการ ทีมยังมีงานวิจัยด้านอื่น เช่น การลดเชื้อที่ติดมากับเมล็ด การเตรียมเมล็ดสำหรับไฮโดรโพนิกส์ และน้ำที่ผ่านการกระตุ้นด้วยพลาสมา ซึ่งแสดงประสบการณ์ออกแบบระบบพลาสมา แต่ไม่ใช่หลักฐานของงานปรับผิววัสดุในหน้านี้

ส่งโจทย์ผิววัสดุของคุณมาออกแบบการทดลองขนาดเล็ก

ส่งวัสดุ ปัญหาที่พบ และนิยามของคำว่าดีขึ้นของคุณ เช่น ค่าแรงลอก (peel) ระดับ dyne หรือผลทดสอบเทป มาให้ทีมวิจัย แล้วออกแบบการทดลองขนาดเล็กร่วมกัน เทียบกับวัสดุที่ไม่ปรับและวิธีเตรียมเดิม โดยตกลงตัวอย่าง ตัวเทียบ วิธีทดสอบ เกณฑ์ผ่าน และรูปแบบรายงานก่อนเริ่ม ผลที่ได้ช่วยตัดสินใจว่าจะไปต่อ ปรับโจทย์ หรือหยุด ก่อนลงทุนอุปกรณ์ ติดต่อ [email protected]

ส่งอีเมลหาทีมวิจัย[email protected]ดูกรณีใช้งานอื่นของพลาสมาเย็น →

ข้อมูลที่ควรเตรียม

  1. วัสดุ รูปทรง และผิวด้านที่มีผลต่องาน
  2. ขั้นตอนถัดไป: หมึก สารเคลือบ กาว หรือของเหลวที่ใช้ และเงื่อนไขการบ่มหรือแห้ง
  3. ปัญหาปัจจุบัน: อะไรไม่ผ่านเกณฑ์ แปรปรวน ใช้เวลานาน หรือทำให้เกิดของเสีย
  4. นิยามของคำว่าดีขึ้น และค่าที่ถือว่าผ่าน
  5. ช่วงเวลาระหว่างปรับผิวกับการใช้งานจริง และสภาพการเก็บ
  6. สมบัติที่ต้องรักษาไว้ เช่น สี หรือความแข็งแรง

อ้างอิง

  1. Srisonphan S., Tephiruk N., Homkanchan S., Puttha J., Suwannarat S., Teerakawanich N. (2025). Synergistic DBD plasma and plasma-activated water enhance sunflower seed surface wettability and germination. Results in Engineering, 26, 105434. doi:10.1016/j.rineng.2025.105434
  2. Young T. (1805). An essay on the cohesion of fluids. Philosophical Transactions of the Royal Society of London, 95, 65–87. doi:10.1098/rstl.1805.0005
  3. Owens D. K., Wendt R. C. (1969). Estimation of the surface free energy of polymers. Journal of Applied Polymer Science, 13(8), 1741–1747. doi:10.1002/app.1969.070130815
  4. Seidelmann L. J. W., et al. (2017). Reel-to-reel atmospheric pressure dielectric barrier discharge (DBD) plasma treatment of polypropylene films. Applied Sciences, 7(4), 337. doi:10.3390/app7040337
  5. Dufour T. (2023). From basics to frontiers: A comprehensive review of plasma-modified and plasma-synthesized polymer films. Polymers, 15(17), 3607. doi:10.3390/polym15173607
  6. Khamsen N., Onwimol D., Teerakawanich N., Dechanupaprittha S., Kanokbannakorn W., Hongesombut K., Srisonphan S. (2016). Rice (Oryza sativa L.) seed sterilization and germination enhancement via atmospheric hybrid nonthermal discharge plasma. ACS Applied Materials & Interfaces, 8, 19268–19275. doi:10.1021/acsami.6b04555
  7. Teerakawanich N., Kasemsuwan V., Jitkajornwanich K., Kanokbannakorn W., Srisonphan S. (2018). Microcorona discharge-mediated nonthermal atmospheric plasma for seed surface modification. Plasma Chemistry and Plasma Processing, 38, 817–830. doi:10.1007/s11090-018-9894-2
  8. Srisonphan S. (2018). Tuning surface wettability through hot-carrier-initiated impact ionization in cold plasma. ACS Applied Materials & Interfaces, 10, 11297–11304. doi:10.1021/acsami.7b19495
  9. Srisonphan S., Ruangwong K., Thammaniphit C. (2020). Localized electric field enhanced streamer cold plasma interaction on biological curved surfaces and its shadow effect. Plasma Chemistry and Plasma Processing, 40, 1253–1265. doi:10.1007/s11090-020-10098-8
  10. Srisonphan S., Kasemsuwan V. (2021). Field electron emission enhanced streamer cold plasma interaction on seed surface wettability. Surfaces and Interfaces, 22, 100877. doi:10.1016/j.surfin.2020.100877
  11. Rongsangchaicharean T., et al. (2022). Effect of dielectric barrier discharge plasma on rice (Oryza sativa L.) seed hydration and hygroscopicity. Journal of Physics D: Applied Physics, 55, 365201. doi:10.1088/1361-6463/ac791d
  12. Molina R., et al. (2018). Influence of irrigation conditions in the germination of plasma treated Nasturtium seeds. Scientific Reports, 8, 16442. doi:10.1038/s41598-018-34801-0
  13. Primc G., Mozetič M. (2022). Hydrophobic recovery of plasma-hydrophilized polyethylene terephthalate polymers. Polymers, 14(12), 2496. doi:10.3390/polym14122496
  14. Oberbossel G., Probst C., Giampietro V. R., Rudolf von Rohr P. (2017). Plasma afterglow treatment of polymer powders: Process parameters, wettability improvement, and aging effects. Plasma Processes and Polymers, 14(3), 1600144. doi:10.1002/ppap.201600144
  15. Kan C. W., Man W. S. (2018). Parametric study of effects of atmospheric pressure plasma treatment on the wettability of cotton fabric. Polymers, 10(3), 233. doi:10.3390/polym10030233
  16. ETH Zurich, Transport Processes and Reactions Laboratory. Plasma Processes. ltr.ethz.ch/en/research/plasma_processes.html
  17. Vetaphone. Frequently Asked Questions: Corona Treatment. www.vetaphone.com/about/faq/
  18. Enercon Industries. Flame Surface Treater. www.enerconind.com/plasma-treating/plasma-flame-treaters/flame-series/
  19. Fraunhofer IFAM. Modifying and coating surfaces cost-effectively with low-pressure plasma. www.ifam.fraunhofer.de/en/technologies/low-pressure-plasma-surface-modification.html
  20. Fraunhofer IFAM. Efficient and sustainable surface modification with atmospheric pressure plasma. www.ifam.fraunhofer.de/en/technologies/atmospheric-pressure-plasma.html