Cold Plasma / UC03
กรณีใช้งาน UC03 · สุขภาพเมล็ด
เมล็ดงอกได้ ไม่ได้แปลว่าล็อตพร้อม
ก่อนเพาะหรือปล่อยเมล็ดล็อตใหญ่ ควรรู้พร้อมกันว่าเชื้อเป้าหมายลดลงแค่ไหน เมล็ดยังงอกดีหรือไม่ และต้นกล้าพร้อมไปขั้นต่อไปหรือยัง หน้านี้สรุปงานวิจัยพลาสมาเย็น (cold plasma) กับเมล็ดคะน้าและกะหล่ำปลี เพื่อช่วยเลือกสิ่งที่จะวัดและเตรียมทดลองกับล็อตจริง
งานวิจัยโดย รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์ และทีม Plasma Innovations ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ตัวเลขในบทความเป็นผลในห้องปฏิบัติการตามเงื่อนไขของงานวิจัยที่อ้างถึง ผลกับล็อตหรือระบบเพาะจริงต้องทดลองซ้ำ
ก่อนปล่อยล็อต ต้องรู้มากกว่าเปอร์เซ็นต์การงอก
เมล็ดอาจงอกได้ดีและยังมีเชื้อติดมาด้วย ก่อนปล่อยล็อตเข้าระบบเพาะ จึงควรถามควบคู่กันว่า “งอกได้เท่าไร” และ “เรารู้เรื่องสุขภาพเมล็ดล็อตนี้มากพอหรือยัง” ผลที่ต้องการไม่ได้จบที่เชื้อลดลง แต่คือต้นกล้าที่พร้อมสำหรับขั้นตอนถัดไป
ผลทดลองที่ใช้ตัดสินใจได้ต้องตอบสามคำถามพร้อมกัน โดยตกลงเกณฑ์ไว้ก่อนเริ่ม:
- เชื้อเป้าหมาย: ลดลงถึงเกณฑ์ที่ตกลงไว้หรือไม่ ใช้วิธีตรวจที่เหมาะกับเมล็ดที่ผ่านการจัดการแล้ว
- การงอก: ยังผ่านเกณฑ์รับล็อตหรือไม่ ใช้วิธีและเวลาประเมินเดียวกันทุกกลุ่ม
- คุณภาพต้นกล้า: พร้อมสำหรับขั้นตอนถัดไปหรือไม่ นับตามนิยามที่ตกลงก่อนทดลอง
ถ้าผ่านทุกข้อ ให้ทดสอบความสม่ำเสมอและความเข้ากับงานจริง ถ้าข้อใดไม่ผ่าน ให้หาสาเหตุและปรับก่อนขยายผล หน้านี้เขียนสำหรับบริษัทเมล็ดพันธุ์ ฝ่ายสุขภาพเมล็ดหรือ QA และทีม R&D ด้านการปรับสภาพเมล็ด โดยมีโรงเพาะกล้าและผู้ปลูกเป็นปลายทาง
การปนเปื้อนต่ำ ก็มีความหมายเมื่อเป็นล็อตใหญ่
เชื้อโรคพืชบางชนิดติดไปกับเมล็ด ทั้งที่ผิวและภายในเมล็ด การเคลื่อนย้ายเมล็ดจึงพาเชื้อเข้าสู่พื้นที่ปลูกใหม่ได้ ตัวอย่างสำคัญคือโรคเน่าดำ (black rot) ของพืชตระกูลกะหล่ำ จากแบคทีเรีย Xanthomonas campestris pv. campestris (Xcc) [1]
งานภาคสนามของ Schaad และคณะพบว่า ในปี 1976 แปลงที่เริ่มต้นด้วยต้นติดเชื้อ 0.03% เกิดโรคเน่าดำในสัดส่วนสูงภายหลัง แต่ระดับเริ่มต้นที่ต่ำใกล้เคียงกันในอีกปีให้ผลต่างออกไป ข้อมูลนี้ชี้ว่าควรใส่ใจการปนเปื้อนแม้สัดส่วนน้อย โดยไม่ใช้ตัวเลขเดียวทำนายการระบาดของทุกแปลง [2]
ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมุติ แสดงว่าอัตราเล็ก ๆ กลายเป็นเมล็ดกี่เมล็ดในล็อต โดยใช้ 280 เมล็ดต่อกรัมเป็นค่าสำหรับคำนวณ (1 กก. × 1,000 กรัม × 280 เมล็ดต่อกรัม × อัตรา)
| อัตราเมล็ดติดเชื้อ (สมมุติ) | ล็อต 1 กก. (280,000 เมล็ด) |
|---|---|
| 0.01% | ≈28 เมล็ด |
| 0.03% | ≈84 เมล็ด |
| 0.1% | ≈280 เมล็ด |
| 1% | ≈2,800 เมล็ด |
เชื้อที่ติดมากับเมล็ดส่งต่อไปตามขั้นตอนการผลิตได้หลายจุด:
- งอกพร้อมเชื้อ: เชื้อที่ติดมากับเมล็ดอาจถ่ายทอดสู่ต้นกล้าระหว่างการงอก
- ขยายในถาดเพาะ: ละอองน้ำจากการรดแบบฝอยอาจกระเซ็นพาเชื้อไปยังต้นข้างเคียงในสภาพอุ่นชื้น
- ติดไปกับต้นกล้า: ต้นที่ติดเชื้อแฝงอาจยังดูปกติ จึงถูกย้ายลงแปลงพร้อมต้นอื่น
- กระจายในแปลง: น้ำฝน ละอองน้ำ เครื่องมือ และการสัมผัส อาจช่วยให้เชื้อแพร่ต่อ

Xcc เข้าสู่ใบทางรูน้ำ (hydathode) ที่ขอบใบ แล้วเคลื่อนไปตามท่อลำเลียงน้ำ (xylem) อาการที่คุ้นตาคือแผลสีเหลืองรูปตัว V ที่ปลายชี้เข้าหากลางใบ และเส้นใบที่เปลี่ยนเป็นสีดำ [1] การลดแหล่งเชื้อตั้งแต่เมล็ดจึงเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันโรค ควบคู่กับการจัดการน้ำ สุขลักษณะ และแหล่งเชื้ออื่นในพื้นที่ปลูก
งอกใกล้กัน แต่ต้นกล้าไม่เท่ากัน
ในงานทดลองกับเมล็ดคะน้าที่ปนเปื้อนตามธรรมชาติ Suwannarat และคณะเปรียบเทียบเมล็ดที่ไม่ผ่านพลาสมา กับพลาสมาแบบ dielectric barrier discharge (DBD) และ streamer corona discharge (SCD) อัตรางอกของทั้งสามกลุ่มอยู่ที่ 95–96% ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ แต่สัดส่วนต้นกล้าสมบูรณ์ (healthy seedlings) ต่างกันชัด [3]
| กลุ่ม | ต้นกล้าสมบูรณ์ (%) | การงอก (%) |
|---|---|---|
| กลุ่มควบคุม | 57 ± 3.5 | 95 ± 2.0 |
| DBD | 70 ± 2.8 | 96 ± 2.4 |
| SCD | 78 ± 2.8 | 96 ± 1.0 |
ถ้าดูเพียงอัตรางอกจะมองข้ามผลส่วนนี้ คำถามจึงเปลี่ยนจาก “งอกไหม” เป็น “ล็อตนี้ให้ต้นกล้าพร้อมไปต่อได้ดีเพียงใด” เมื่อนำส่วนต่าง 57% กับ 78% มาคิดกับฐานสมมุติ 10,000 เมล็ด จะต่างกันเชิงคณิตศาสตร์ประมาณ 2,100 ต้นกล้า
คำว่า “ต้นกล้าสมบูรณ์” ต้องอ่านจากนิยามและวันประเมินของแต่ละงาน การทดสอบเมล็ดมาตรฐานใช้เกณฑ์ต้นกล้าปกติ (normal seedlings) ตามชนิดพืช สองคำนี้จึงไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียวกันโดยอัตโนมัติ [4] งานวิจัยเสนอว่าผลอาจมาจากทั้งผลต่อเชื้อและการเปลี่ยนแปลงที่ผิวเมล็ดซึ่งกระทบการเปียกน้ำและการดูดน้ำ รวมถึงเวลา ความชื้น และการออกแบบระบบ แต่ผลคะน้าชุดนี้ไม่ได้แยกสัดส่วนของแต่ละปัจจัย [3] [5]
พลาสมาเย็นส่งผลต่อเชื้อบนเมล็ดอย่างไร
พลาสมาคือก๊าซที่ได้รับพลังงานจนมีอนุภาคมีประจุและสารไวปฏิกิริยา พลาสมาเย็น (nonthermal plasma) สร้างด้วยไฟฟ้า อิเล็กตรอนพลังงานสูงชนกับออกซิเจน ไนโตรเจน และไอน้ำในอากาศ เกิดสารไวปฏิกิริยาออกซิเจนและไนโตรเจน (reactive oxygen and nitrogen species, RONS) โดยไม่ต้องให้ความร้อนสูงกับเมล็ดหรือน้ำ แต่อุณหภูมิของก๊าซและตัวอย่างยังขึ้นกับระบบและเวลา จึงควรวัดระหว่างทดสอบ [6] [7]
- สารกลุ่มออกซิเจน เช่น O3, •OH และ H2O2 อาจมีส่วนทำให้องค์ประกอบของจุลินทรีย์เสียหายจากการออกซิเดชัน
- สารกลุ่มไนโตรเจน เช่น NO, NO2− และ NO3− โดย NO2− กับ NO3− อาจพบในน้ำกระตุ้นด้วยพลาสมา ขึ้นกับสภาวะการผลิต
- รังสียูวีและอนุภาคมีประจุ อาจมีส่วนต่อผลที่ผิวเซลล์ในบางระบบ
สารแต่ละชนิดมีอายุและการเคลื่อนที่ต่างกัน •OH อายุสั้น ขณะที่ H2O2 และ NO3− อาจอยู่ในน้ำได้นานกว่า การเข้าถึงเชื้อจึงขึ้นกับชนิดสาร ตัวกลาง และตำแหน่งของเชื้อ เชื้อภายในเมล็ดต้องประเมินแยกจากผลที่ผิว [7] [8]
งานใน UC03 ส่งสารไวปฏิกิริยาถึงตัวอย่างได้สองทาง [5] [9] [7]:
- วางตัวอย่างในระบบขณะสร้างพลาสมา: ทั้งแบบสัมผัสตรงและแบบมีของเหลวร่วม เช่น ESDP (electrohydraulic streamer discharge plasma) ที่ผสาน SDP (streamer discharge plasma) กับน้ำกระตุ้นบริเวณรอยต่อก๊าซกับของเหลว และ GLIP (gas–liquid interface plasma) การจัดวางตัวอย่างต่างกันตามงาน
- ใช้น้ำพาสารไปยังตัวอย่าง: สร้างน้ำกระตุ้นด้วยพลาสมา (plasma-activated water, PAW) ก่อน แล้วจึงให้สัมผัสตัวอย่าง ควรแยกเวลาสร้าง PAW ออกจากเวลาที่ PAW สัมผัสเมล็ดหรือเชื้อ
ก่อนเลือกระบบ ให้ดูขั้นตอนที่เมล็ดต้องผ่าน: เมล็ดสัมผัสน้ำได้หรือไม่ ต้องทำแห้งหลังจัดการหรือไม่ และต้องจัดการกี่กิโลกรัมต่อรอบ
Alternaria: อุบัติการณ์เชื้อลดลงเมื่อเพิ่มเวลาพลาสมา
Suwannarat และคณะใส่เชื้อรา Alternaria brassicicola ลงในเมล็ดคะน้า แล้วเปรียบเทียบ ESDP กับ SDP ว่าเปลี่ยนการพบเชื้อหลังเพาะอย่างไร การใส่เชื้อช่วยให้ติดตามเชื้อเป้าหมายได้ตรง ส่วนล็อตผลิตจริงต้องระบุชนิดเชื้อและรูปแบบการปนเปื้อนของล็อตนั้นเพิ่มเติม [5]

| ตัวชี้วัด | ค่าที่รายงาน | ที่มาของตัวเลข |
|---|---|---|
| อุบัติการณ์เชื้อในเมล็ดที่งอก (วันที่ 7) | กลุ่มควบคุม ≈60% → ESDP 60 นาที ≈20% (SDP ≈35%) | อ่านค่าจากกราฟรูปที่ 2b |
| การลดอุบัติการณ์ของ ESDP เทียบเมล็ดที่ไม่ผ่านพลาสมา | ราว 75% | บทคัดย่อของงานวิจัย |
| ต้นกล้าสมบูรณ์ | ≈70% เทียบ ≈15% | บทคัดย่อของงานวิจัย |
แนวโน้มที่เห็นชัดคืออุบัติการณ์ลดลงเมื่อเพิ่มเวลาที่ให้พลาสมา และ ESDP ลดลงมากกว่า SDP ที่จุดเวลาที่แสดง ผลนี้ใช้ตั้งช่วงเงื่อนไขเริ่มต้นสำหรับทดลองกับล็อตจริงได้ แต่ยังต้องเทียบกับวิธีเดิมในล็อตเดียวกัน ติดตามการงอกและคุณภาพต้นกล้าควบคู่ และยืนยันกับล็อตที่ปนเปื้อนตามธรรมชาติ [5]

Xcc: เมล็ดติดเชื้อลดลง แล้วต้นกล้าเป็นอย่างไร
งานกะหล่ำปลีของ Suwannarat และคณะใส่เชื้อ Xcc ลงในเมล็ด แล้วเปรียบเทียบ GLIP กับ PAW หลังการจัดการ สัดส่วนเมล็ดที่ตรวจพบการติดเชื้อลดจาก 98% ในกลุ่มควบคุม เป็น 37% ใน GLIP และ 41% ใน PAW [9]

งานเดียวกันมีผลการทดลองในของเหลวด้วย โดยนับจำนวนโคโลนีที่เพาะขึ้นได้ (colony forming unit, CFU) ต่อมิลลิลิตร ผลนี้บอกการตอบสนองของเชื้อในของเหลว เป็นตัวชี้วัดคนละระดับกับผลบนเมล็ด [9]

งานนี้ยังประเมินต้นกล้าสมบูรณ์ในวันที่ 10 กลุ่ม PAW มีสัดส่วนต้นกล้าสมบูรณ์สูงกว่ากลุ่มไม่ผ่านพลาสมาตามการเปรียบเทียบทางสถิติที่แสดง ส่วน GLIP อยู่ระหว่างสองกลุ่มและมีอักษร “ab” จึงสรุปไม่ได้ว่าต่างจากทั้งสองกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ [9]

| ระดับ | คำถามที่ตอบ | สิ่งที่วัด |
|---|---|---|
| ในของเหลว | เชื้อตอบสนองหรือไม่ | จำนวนที่เพาะขึ้นได้ (CFU) ภายใต้เงื่อนไขทดสอบ |
| บนเมล็ด | ยังมีเมล็ดตรวจพบเชื้ออยู่เท่าไร | ผลตรวจเมล็ด แยกจากผลในของเหลว |
| หลังเพาะ | ได้ต้นกล้าที่ต้องการหรือไม่ | คุณภาพต้นกล้า แยกจากผลการลดเชื้อ |
เทียบกับวิธีที่ใช้อยู่ในล็อตเดียวกัน
ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์มีหลายวิธีจัดการเชื้ออยู่แล้ว การวางพลาสมาไว้ข้างวิธีเดิมช่วยให้เห็นว่าทางเลือกใดเหมาะกับเชื้อ เมล็ด และจังหวะการผลิตของคุณ
| วิธี | หลักการ | จุดแข็ง | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| น้ำร้อน | แช่เมล็ดในน้ำคุมอุณหภูมิ สำหรับพืชตระกูลกะหล่ำมักอยู่ราว 50 °C นาน 20–30 นาที ตามชนิดพืช [10] | มีงานศึกษากับเชื้อที่ติดเมล็ดหลายชนิด รวมถึงการใช้ในเกษตรอินทรีย์ | ช่วงอุณหภูมิที่ปลอดภัยแคบ ร้อนหรือนานเกินอาจลดการงอก โดยเฉพาะเมล็ดเก่า และต้องทำแห้งหลังแช่ |
| คลอรีนและสารออกซิไดซ์ | แช่หรือล้างผิวเมล็ดด้วยสารละลาย | กำหนดความเข้มข้นและเวลาสัมผัสได้ | ออกฤทธิ์ที่ผิวเป็นหลัก ต้องจัดการสารตกค้าง น้ำทิ้ง การล้าง และการทำแห้ง |
| เคลือบสารเคมี | เคลือบเมล็ดด้วยสารป้องกันเชื้อรา | ป้องกันเชื้อราช่วงงอกได้ต่อเนื่อง | ต้องเลือกสารให้ตรงเชื้อเป้าหมาย ฤทธิ์ต่อเชื้อราไม่ใช่หลักฐานประสิทธิภาพต่อ Xcc และต้องตรวจข้อกำหนดการใช้ของผลิตภัณฑ์ |
| พลาสมาเย็น / PAW | ใช้สารไวปฏิกิริยาจากพลาสมา ทั้งแบบสัมผัสตรงและผ่านน้ำ | สร้างสารไวปฏิกิริยาด้วยไฟฟ้า เลือกตัวกลางและเงื่อนไขให้เหมาะกับเมล็ดได้ [6] | ยังอยู่ระดับวิจัยและพัฒนา เงื่อนไขขึ้นกับเครื่อง พืช และเชื้อ ผลต่อเชื้อภายในเมล็ดต้องยืนยันเป็นรายกรณี ต้องกำหนดการจัดการหลังทำและติดตามความชื้นกับอุณหภูมิ [9] [11] |
หาช่วงที่ลดเชื้อได้ และเมล็ดยังผ่านเกณฑ์
เป้าหมายไม่ใช่เงื่อนไขที่แรงที่สุด แต่คือช่วงที่ลดเชื้อได้ตามเป้าและเมล็ดยังผ่านเกณฑ์
| ช่วง | ผลที่เห็น | สิ่งที่ทำต่อ |
|---|---|---|
| อ่อนเกินไป | เมล็ดยังดี แต่เชื้อลดไม่ถึงเกณฑ์ | ปรับเงื่อนไข |
| ช่วงที่ใช้ได้ | เชื้อลดตามเป้า การงอกผ่าน และคุณภาพต้นกล้าผ่าน | ทดสอบซ้ำและประเมินการขยายผล |
| แรงเกินไป | เชื้อลดลงมาก แต่คุณภาพเมล็ดต่ำกว่าเกณฑ์ | หยุดและปรับเงื่อนไข |
Los และคณะศึกษาพลาสมากับข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ โดยดูทั้งจุลินทรีย์และคุณภาพเมล็ด พบว่าการงอกหลังให้พลาสมาระยะสั้นยังใกล้เคียงเดิม แต่ลดลงเมื่อให้พลาสมาโดยตรงนาน 20 นาทีในระบบที่ศึกษา เพิ่มเวลาจึงไม่ได้ดีกว่าเสมอ [11] คำว่า “เย็น” ก็ไม่ได้แปลว่าตัวอย่างอยู่ที่อุณหภูมิห้องเสมอ ระบบและเวลาที่ใช้มีผลต่อการสะสมความร้อนและความชื้นของเมล็ด จึงควรวัดควบคู่กับการงอก [11] [6]
Rotondo และคณะพบว่า PAW มีผลต่อทั้งจุลินทรีย์ก่อโรคและแบคทีเรียที่มีประโยชน์ และศึกษาความสัมพันธ์กับ pH และเคมีของน้ำ หากเมล็ดใช้ชีวภัณฑ์ร่วม ควรตรวจว่ากระบวนการที่เลือกกระทบจุลินทรีย์ที่ต้องการรักษาไว้หรือไม่ [7]
ตรวจเมล็ดหลังจัดการ และแยกเรื่องความปลอดภัยอาหาร
วิธีของ ISHI (International Seed Health Initiative) สำหรับตรวจ Xcc ในเมล็ด Brassica ที่ผ่านการจัดการเชื้อ เน้นการตรวจเชื้อภายในเมล็ด และตรวจว่าสารตกค้างหรือจุลินทรีย์อื่นรบกวนการเพาะเชื้อกลับหรือไม่ การใช้กับเมล็ดที่ผ่านพลาสมาต้องประเมินความเหมาะสมของวิธีอีกครั้ง [8]
รายงานผลควรระบุการสุ่ม จำนวนเมล็ด วิธีตรวจ ขีดจำกัดการตรวจพบ และชุดควบคุม ผล “ไม่พบเชื้อ” ต้องอ่านตามความสามารถของวิธีนั้น ระบบที่ใช้อากาศและน้ำสร้างสารไวปฏิกิริยาได้โดยไม่เติมสารเคมีสำเร็จรูป แต่ยังมีสารที่เกิดจากกระบวนการ เช่น H2O2 สารกลุ่มไนโตรเจน และ pH ของ PAW ที่เปลี่ยนไป ซึ่งต้องประเมินตามสภาวะใช้งาน และควรกำหนดการล้างหรือทำแห้งหลังทำไว้ในแผนทดลอง [7] [8]
ต้นอ่อนสำหรับบริโภค โดยเฉพาะถั่วงอกและต้นอ่อน (sprouts) เป็นอีกบริบทที่ต้องใส่ใจจุลินทรีย์บนเมล็ด งานสอบสวนการระบาดของ E. coli O104:H4 ในเยอรมนีปี 2011 พบความเชื่อมโยงกับการบริโภคต้นอ่อน [12]

คำถามที่ควรตอบก่อนขยายกระบวนการ
- ใช้แทนวิธีเดิมได้ทันทีหรือไม่: ควรทดลองเทียบกับวิธีเดิมในล็อตเดียวกันก่อน
- ลดเชื้อได้มาก แปลว่างอกดีขึ้นเสมอหรือไม่: ไม่เสมอไป การงอกและคุณภาพต้นกล้าต้องวัดแยก และเงื่อนไขที่แรงขึ้นอาจกระทบการงอก ดังตัวอย่างจากงานธัญพืช [11]
- พลาสมาเข้าถึงเชื้อภายในเมล็ดได้หรือไม่: เชื้อใต้เปลือกหรือภายในเมล็ดอาจเข้าถึงได้ต่างจากเชื้อที่ผิว ต้องยืนยันด้วยวิธีตรวจที่เหมาะสม [9] [8]
- เก็บเมล็ดหลังทำได้นานเท่าไร: บทความนี้ยังไม่กำหนดอายุเก็บ ต้องทดสอบความชื้น สภาพเก็บ การงอก และโอกาสปนเปื้อนซ้ำตามช่วงเวลาที่ต้องใช้จริง
- ขยายผลเมื่อไร: เมื่อผลซ้ำได้ข้ามหลายล็อตและผ่านเกณฑ์ที่ตกลงไว้ จึงกำหนดขนาดแบตช์ เวลาต่อรอบ การทำแห้ง กำลังการผลิต และต้นทุนกับระบบจริง
ทดลองกับล็อตของคุณ เทียบกับวิธีที่ใช้อยู่
แบ่งเมล็ดล็อตเดียวกันเป็น 3 กลุ่ม คือ ไม่ผ่านการจัดการ วิธีที่ใช้อยู่ และเงื่อนไขพลาสมาหรือ PAW ที่เหมาะกับเมล็ด แล้ววัด 3 ด้านพร้อมกัน คือ เชื้อเป้าหมาย การงอก และคุณภาพต้นกล้า เพื่อตัดสินใจว่าจะทำซ้ำ ปรับเงื่อนไข หรือขยายผล เตรียมข้อมูลด้านล่างแล้วส่งถึงทีม Plasma Innovations ทางอีเมล [email protected]
ส่งอีเมลหาทีมวิจัย[email protected]ดูกรณีใช้งานอื่นของพลาสมาเย็น →ข้อมูลที่ควรเตรียม
- ชนิดเมล็ดและรหัสล็อต
- เชื้อหรืออาการที่กังวล พร้อมผลตรวจเชื้อที่มี
- แหล่งที่มา ประวัติโรค และประวัติการเก็บรักษาของล็อต
- วิธีจัดการเมล็ดที่ใช้อยู่
- เกณฑ์รับล็อตด้านเชื้อ การงอก และต้นกล้าสมบูรณ์
- เมล็ดสัมผัสน้ำได้หรือไม่ ต้องทำแห้งหรือไม่ และปริมาณต่อรอบ (กก.)
อ้างอิง
- J. G. Vicente and E. B. Holub, "Xanthomonas campestris pv. campestris (cause of black rot of crucifers) in the genomic era is still a worldwide threat to brassica crops," Molecular Plant Pathology, vol. 14, no. 1, pp. 2–18, 2013, doi: 10.1111/j.1364-3703.2012.00833.x.
- N. W. Schaad, W. R. Sitterly, and H. Humaydan, "Relationship of incidence of seedborne Xanthomonas campestris to black rot of crucifers," Plant Disease, vol. 64, pp. 91–92, 1980, doi: 10.1094/PD-64-91.
- S. Suwannarat, S. Homkanchan, J. Puttha, and S. Srisonphan, "Nonthermal plasma engineering for seed disinfection and germination using streamer corona and dielectric barrier discharges," Results in Engineering, vol. 26, Art. no. 104884, 2025, doi: 10.1016/j.rineng.2025.104884.
- International Seed Testing Association, "International Rules for Seed Testing," 2026 ed. [Online]. Available: seedtest.org. Accessed: Sep. 28, 2026.
- S. Suwannarat, C. Thammaniphit, and S. Srisonphan, "Electrohydraulic streamer discharge plasma-enhanced Alternaria brassicicola disinfection in seed sterilization," ACS Applied Materials & Interfaces, vol. 13, no. 37, pp. 43975–43983, 2021, doi: 10.1021/acsami.1c10771.
- P. Bourke, D. Ziuzina, D. Boehm, P. J. Cullen, and K. Keener, "The potential of cold plasma for safe and sustainable food production," Trends in Biotechnology, vol. 36, no. 6, pp. 615–626, 2018, doi: 10.1016/j.tibtech.2017.11.001.
- P. R. Rotondo et al., "Physicochemical properties of plasma-activated water and associated antimicrobial activity against fungi and bacteria," Scientific Reports, vol. 15, Art. no. 5536, 2025, doi: 10.1038/s41598-025-88369-7.
- International Seed Federation, ISHI-Veg, "Method for the detection of Xanthomonas campestris pv. campestris in disinfested/disinfected seed of Brassica spp.," Jul. 2017. [Online]. Available: worldseed.org. Accessed: Sep. 28, 2026.
- S. Suwannarat, N. Tephiruk, S. Sunan, K. Ruangwong, and S. Srisonphan, "Disinfection efficacy of electrohydraulic discharge plasma against Xanthomonas campestris pv campestris: A sustainable seed treatment approach," ACS Applied Bio Materials, vol. 7, no. 3, pp. 1469–1477, 2024, doi: 10.1021/acsabm.3c00862.
- E. Nega, R. Ulrich, S. Werner, and M. Jahn, "Hot water treatment of vegetable seed: An alternative seed treatment method to control seed borne pathogens in organic farming," Journal of Plant Diseases and Protection, vol. 110, no. 3, pp. 220–234, 2003. [Online]. Available: Organic Eprints 7672. Accessed: Sep. 28, 2026.
- A. Los et al., "Improving microbiological safety and quality characteristics of wheat and barley by high voltage atmospheric cold plasma closed processing," Food Research International, vol. 106, pp. 509–521, 2018, doi: 10.1016/j.foodres.2018.01.009.
- U. Buchholz et al., "German outbreak of Escherichia coli O104:H4 associated with sprouts," New England Journal of Medicine, vol. 365, no. 19, pp. 1763–1770, 2011, doi: 10.1056/NEJMoa1106482.